วิธีเขียน Resume ให้ดูโปร น่าสนใจ พร้อมตัวอย่าง

professional-resume-writing

Resume คือเอกสารที่ใช้ในการสมัครงาน ทำหน้าที่นำเสนอประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และทักษะต่างๆ ของผู้สมัคร เพื่อให้นายจ้างหรือ HR พิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ต้องการหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ Resume จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสมัครงาน

การเขียน Resume ให้ดูโปรจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ และมีโอกาสได้งานมากยิ่งขึ้น

ในบทความนี้ แอดมินมีเทคนิคดี ๆ จากพี่เมฆ Mission to Top U มาช่วยแนะนำวิธีเขียน Resume ภาษาอังกฤษให้ดูโปร มีส่วนประกอบหลักดังนี้ 


1. ข้อมูลส่วนตัว (Personal Details)

ข้อมูลส่วนตัว (Personal Details) คือส่วนแรกของ Resume ที่ทำหน้าที่แนะนำตัวผู้สมัคร ให้ผู้สัมภาษณ์ได้รู้จักแบบสั้น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวที่มากเกินความจำเป็น

โดยข้อมูลที่ควรมี มีดังนี้

  • Name (ชื่อ-นามสกุล)
  • Address (ที่อยู่)
  • Phone number (เบอร์โทรศัพท์)
  • Email
  • LinkedIn 


แต่ ! ไม่จำเป็นต้องใส่ bio, height, weight, religion, marital status, profile summary เพราะเป็นรายละเอียดที่ไม่จำเป็นหรือมักจะมีอยู่ในใบสมัครตอนที่เรากรอกสมัครงานอยู่แล้ว

ตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูลสำหรับ Personal Details


การเลือกใส่เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ลดจำนวนพื้นที่ที่ต้องใช้ในส่วนข้อมูลส่วนตัวนี้ จะทำให้เรามีพื้นที่สำหรับใส่ข้อมูลประสบการณ์การทำงานสำคัญ ๆ ได้มากขึ้น


2. ประวัติการศึกษา (Education)

ในส่วนของประวัติการศึกษา (Education) คือส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของ Resume ที่แสดงถึงวุฒิการศึกษาและสถาบันการศึกษาของผู้สมัคร โดยใส่ข้อมูลของการศึกษาสูงสุดที่ได้รับก่อน

ในการเขียนประวัติการศึกษาควรระบุข้อมูลให้ครบ ดังนี้

  • University/college (ชื่อสถานศึกษา) 
  • Degree (ระดับการศึกษา)
  • Major (สาขาวิชาที่เรียน) 
  • GPA (เกรดเฉลี่ย)
  • Extra/Super-curricular activities (กิจกรรมและรางวัลที่ได้รับ)
    • ผู้สมัครสามารถเพิ่มกิจกรรมอื่น ๆ ที่ได้เข้าร่วมเข้าไปด้วย เพื่อแสดงความสามารถ ประสบการณ์ และคุณสมบัติต่าง ๆ ผ่านการทำกิจกรรม เช่น ประธานชมรม หรือสมาชิกชมรม
      lead the [club] and organized [event] for [year].


ตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูลสำหรับ Education


3. ประสบการณ์การทำงาน (Work Experience)

ส่วนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดและใช้พื้นที่อย่างน้อย 50% ของ Resume คือประสบการณ์การทำงาน (Work Experience) เพราะเป็นส่วนที่ช่วยแสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถของผู้สมัครในการทำงานจริง หลายคนมีประสบการณ์มากมายและหลากหลาย แต่ควรเลือกให้ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัครมากที่สุด

ในการเขียนประสบการณ์ทำงาน เราควรระบุข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

  • Company name (ชื่อสถานที่ทำงาน)
  • Position (ตำแหน่งงาน โดยเรียงปีที่ทำงานล่าสุดก่อน)
    • ใส่ bullet points อธิบายความสำเร็จ (achievements) ของแต่ละตำแหน่งที่เราทำ (ยิ่งสามารถระบุเป็นตัวเลขได้ยิ่งดี 
    • ใช้ Action Verb ที่เฉพาะเจาะจง เพื่อที่แสดงให้เห็นการลงมือทำจริง เช่น led, analyzed, resolved, managed, created, collaborated 
    • ไม่แนะนำการใช้คำที่ดูกำกวมและกว้างเกินไป เช่น work, help, assist


ตัวอย่างการเขียนประสบการณ์การทำงาน


ตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูลสำหรับ Work Experience


4. ข้อมูลเพิ่มเติม (Additional Information)

เขียนข้อมูลเพิ่มเติมที่เขาควรรู้ใส่ในส่วนท้ายสุดของ Resume เพื่อแสดงให้เห็นคุณสมบัติและประสบการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราสมัคร เช่น

  • Online courses (คอร์สออนไลน์ที่เรียนเพิ่ม)
  • University-certified courses (คอร์สออนไลน์ที่ได้ใบรับรองจากมหาวิทยาลัย)
  • Charity work (งานการกุศล)
  • Clubs (งานชมรม)
  • Interests & hobbies (ความสนใจและงานอดิเรก)


เพราะแม้เราอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรงในบางเรื่อง แต่การเรียนรู้เพิ่มเติมผ่านคอร์ส หรือการทำกิจกรรมนอกเหนือจากงานประจำ ก็ทำให้เห็นถึงความสนใจและคุณสมบัติบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้อย่างมากเช่นกัน

ตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูลสำหรับ Additional Information


ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาส่วนหนึ่งจากคอร์ส Mastering English for Job Interviews & Resume ที่แนะนำวิธีการเขียน Resume ภาษาอังกฤษให้ดูโปรและโดดเด่น จากพี่เมฆ Mission to Top U


การใส่ข้อมูลทุกอย่างให้อยู่บนกระดาษ A4 1 หน้าเป็นเรื่องที่ยาก ฉะนั้นเราต้องเลือกข้อมูลที่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการสมัครให้ได้มากที่สุด อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนส่งกันด้วยนะค้า แอดมินหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนนะค้า



Happy Learning

ทีมฝรั่งอั่งม้อ 😀



มาเรียนรู้ อัปสกิลภาษาอังกฤษสนุก ๆ กับฝรั่งอั่งม้อได้ที่นี่เลยค่ะ 😀

> คลิกดูคอร์สของฝรั่งอั่งม้อ <

Share the Post: