จาก “พูดธรรมดา” สู่ “พูดแบบผู้นำ” ศิลปะการสื่อสารแบบมืออาชีพที่คนทำงานต้องมี ชัดเจน สุภาพ และได้งาน

Blog_การสื่อสารแบบผู้นำ

ทำไมการพูด “สิ่งที่คิด” ถึงกลายเป็นเรื่องยากที่สุดในที่ทำงาน?

บ่อยครั้งเราอยากพูดสื่อสารกับคนในที่ทำงานให้ชัดเจน แต่กลัวว่า “จะดูตรงไป” กลัวจะทำร้ายความรู้สึกคนฟัง
หรือบางครั้ง… พอเลือกที่จะพูดอ้อม ๆ เพื่อให้ดูสุภาพ
สุดท้าย คนฟังกลับ “ไม่เข้าใจว่าเราต้องการอะไร” และงานก็ไม่เดิน

แต่….ในโลกของการทำงานให้เป็นมืออาชีพ เราอาจไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ค่ะ

หัวใจสำคัญอยู่ที่การหาจุด “Sweet Spot” หรือจุดที่การสื่อสารมีความ Direct (ชัดเจน)
แต่ยังคงความ Polite (สุภาพ) และมี Diplomacy (ศิลปะในการพูด)
นี่คือทักษะที่จะเปลี่ยนเราให้เป็นผู้นำที่มีทั้ง “ความเด็ดขาด” และ “ความน่าเคารพเชื่อถือ” ในเวลาเดียวกัน

วันนี้แอดมินพามาแกะสูตรลับ 2 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมืออาชีพ 

ในภาษาอังกฤษ เราสามารถพูดเรื่องที่ “หนัก” ให้ดู “นุ่มนวล” ขึ้นได้
ด้วยการใช้คำเกริ่นนำ หรือ Softening Phrases เพื่อแสดงความเคารพและรักษามารยาทในที่ทำงาน

เช่น

Softening Phraseใช้เมื่อไหร่ตัวอย่างประโยค
Would you mind…?เมื่อต้องการขอร้องอย่างสุภาพWould you mind sharing the latest version with the team?
It might be helpful if…เมื่อต้องการให้คำแนะนำหรือ FeedbackIt might be helpful if we clarify the objectives before the meeting.
Perhaps we could…เมื่อต้องการเสนอไอเดียแบบเน้นการทำงานร่วมกันPerhaps we could move the deadline to next week to ensure quality.
Just to clarify…เมื่อต้องการแก้ไขข้อมูลหรือถามเพื่อความชัดเจนJust to clarify, did you mean we’re presenting on Thursday?
I see where you’re coming from, but…เมื่อต้องการปฏิเสธหรือเห็นต่างอย่างมีศิลปะI see where you’re coming from, but I’m concerned about the risks.


แล้วทำไมเราถึงต้องใช้คำเหล่านี้?

การใช้ Softeners ช่วยแสดงถึง Emotional Intelligence (EQ) ของเรา
ทำให้คนที่กำลังฟังรู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังสั๊งงงสั่ง แต่กำลังชวนให้ร่วมมือกัน
และยังช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยที่จะรับฟังข้อมูล


2. เปลี่ยน “คำสั่ง” ให้เป็น “ข้อเสนอแนะ” (Collaborative Suggestions)

เห็นด้วยไหมคะว่า…ไม่มีใครชอบถูกสั่ง แต่ทุกคนชอบการ “มีส่วนร่วม”
เทคนิคง่าย ๆ คือการเปลี่ยนจากคำว่า “You” (คุณต้องทำ…) เป็น “We” (เรามาลอง…)
เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากการจ้องจับผิดเป็นการทำงานเป็นทีมแทน

ลองใช้คำเหล่านี้แทนการออกคำสั่ง


เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพมากขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบประโยค Direct vs. Collaborative กันค่ะ

Direct CommandCollaborative Suggestion
Send me the report by 3 PM.
(ส่งรายงานให้ฉันก่อนบ่ายสาม)
Could we aim to have the report ready by 3 PM?
(เรามาตั้งเป้าว่าจะส่งรายงานกันตอนบ่ายสามดีไหม)
Fix this slide before the meeting.
(ไปแก้สไลด์นี้ก่อนเริ่มประชุม)
Let’s make a few improvements to this slide before the meeting.
(เรามาปรับสไลด์นี้อีกนิดก่อนเข้าประชุมกันเถอะ)
You have to present this to the client.
(เธอต้องพรีเซนต์งานนี้ให้ลูกค้า)
How about we present this to the client together, or would you prefer to take the lead?
(ถ้าเราไปพรีเซนต์งานนี้ด้วยกันดีไหม หรือเธออยากเป็นคนนำเสนอหลักดี)


ขอบคุณรูปจาก memegenerator.es

ชอบเทคนิคแนวนี้กันไหมคะ ยังมีเทคนิคดี ๆ อีกมากมายที่ช่วยให้การสื่อสารของเรา
จากที่พูดธรรมดา ๆ สามารถปรับให้ดูสื่อสารเก่ง ดูมืออาชีพ ชัดเจน สุภาพขึ้น แบบผู้นำยุคใหม่

ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้จริงกันนะคะ
ก่อนที่คุณจะส่งอีเมลฉบับถัดไป หรือเข้าประชุมครั้งต่อไป

ลองเลือกหยิบ 1 เทคนิคจากบทความนี้ไปใช้
จะใช้เทคนิคเติม Softener เข้าไปในประโยคขอร้อง
หรือ เปลี่ยนคำสั่ง ให้เป็นการเสนอทางเลือก

ลองสังเกตดูว่าปฏิกิริยาของคนรอบข้างเปลี่ยนไปไหม แล้วแวะมาเล่าให้ฟังกันนะค้า


Happy Learning
ทีมฝรั่งอั่งม้อ

มาเรียนรู้ อัปสกิลภาษาอังกฤษสนุก ๆ กับฝรั่งอั่งม้อได้ที่นี่เลยค่ะ 😀
> คลิกดูคอร์สของฝรั่งอั่งม้อ <

แชร์โพสต์นี้ให้เพื่อน